วัดป่าสามัคคีธรรม

วัดป่าสามัคคีธรรม (โคกขว่าง) ตั้งอยู่ในเขต อบต. บ้านโคกล่าม หมู่ที่ 3 ตำบลไผ่ อำเภอเมือง จังหวัด กาฬสินธุ์ ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 15 กม. มีบรรยากาศดี เป็นแหล่งป่าธรรมชาติสวยงาม สงบร่มเย็น และเหมาะสม เป็นสถานที่ศึกษาปฏิบัติรรรม และพักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งในระแวกนี้ เมื่อปีพุทธศักราช 2543 ประชาชนบ้านโคกล่าม บ้านโนนสะอาด และบ้านใกล้เคียง ได้กำหนดพื้นที่บริเวณส่วนนี้ ให้เป็นที่สร้างวัดป่าสามัคคีธรรม นี้ขึ้นในบวรพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เป็นอย่างดี จึง สมควรที่จะตั้งวัดนี้ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ส่วนที่ดินจะตั้งวัดนี้เนื้อที่ ประมาณ 39 ไร่ 1 งาน 12 ตา รางวา มีอาณาเขต ดังนี้ ทิดเหนือ 4 เส้น 5 วา จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศใต้ 7 เส้น 10 วา จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันตก 6 เส้น 8 วา จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันออก 7 เส้น 5 วา จดทางสาธารณะประโยชน์

ฉะนั้น พ่อจร ถิ่นประศาส อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกล่าม และพ่อพัด ทรัพเสริม (ถ่ำ) กรรมการหมู่บ้าน พ่อทวี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพ่อประภัย สุขจร ผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น พร้อมชาวบ้านโคกล่าม จึงพร้อมกันไปนิมนต์พระเดชพระคุณ ท่านเจ้า คุณราชญาณ เวที เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ฝ่ายธรรมยุทธ และท่านพระครูบุญเคน โอภาโส เจ้าอาวาสวัดบ้านโคกล่าม และอาจารย์ชาติชาย ฐานะกาโร เจ้าอาวาสวัดหงษาคณาราม บ้านนาจารย์ เพื่อรับไว้พิจารณาสร้างเป็นวัดต่อไป
ครั้งต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 จึงมีหลวงพ่อจันทร์ สะตะสาโร (ญ่อ) กับพวก 5 องค์ เข้ามาปฏิบัติธรรมกรรมฐานอยู่ในเสนาสนะแห่งนี้ แต่ยังไม่มีกุฏิพำนักอาศัย ท่านจึงได้ปักกฏตามมุมต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติธรรม ระหว่างบำเพ็ญธรรมอยู่นั้น จึงได้รับความอุปถัมภ์ บำรุงด้วยปัจจัย 4 จากตำบลต่าง ๆ คือ ตำบลไผ่ ตำบลนาจารย์ ตำบลภูปอ และสาธารณชนได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินสร้างกุฏิขึ้นหนึ่งหลัง เพื่อพระคุณท่านได้พำนักต่อไป ต่อมาปี พ.ศ. 2545 หลวงพ่อจันทร์ สะตะสาโร ได้ย้ายออกไปจากวัดแห่งนี้ จึงมีหลวงพ่อถวิล อภิปุญโญ เข้ามาอยู่แทนต่อไป แต่ท่านผู้นี้เข้ามาอยู่ ได้ประมาณ 1 ปีเศษ ก็ได้หนีออกจากวัดนี้ไปอีก ฉะนั้นชาวบ้านโคกล่ามจึงพร้อมใจกันไปนิมนต์อาจารย์ สมปอง กิตติวณฺโณ ที่วัดหงษาคณาราม บ้านนาจารย์ เข้ามาอยู่ในวัดนี้ ท่านผู้นี้จึงได้ชักชวนทายกทายิกา สร้างกุฏิขึ้นอีกหนึ่งหลังและสระสระน้ำขึ้นอีกหนึ่งแห่ง จนสำเร็จไปด้วยดี ต่อมาปี พ.ศ. 2547 ท่านจึงชักชวนทายกทายิกาสร้างศาลาการเปรียญ ขึ้นอีกหนึ่งหลัง กว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร งบประมาณไว้ (เจ็ดแสนบาท) ต่อมาปี พ.ศ. 2548 ได้มีมหากฐิน จาก กรุงเทพมหานคร โดยการนำของ ด.ต.ยุทธศักดิ์ พรรณรัก และนางประมวล (ภรรยา) พร้อมญาติมาทอดที่วัดนี้ ได้เงินสมทบ (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อมาปี พ.ศ. 2548 ด.ต.ยุทธศักดิ์ พรรณรัก พร้อมญาติได้นำมหากฐิน มาทอดอีก ได้เงินสามแสนแปดหมื่นบาทถ้วน ฉะนั้นชาวบ้านทุกคน จึงพร้อมใจกันสละกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ตามกำลังศรัทธา สร้างศาลาการเปรียญ จนเสร็จสิ้นไปในปี พ.ศ. 2549 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)

ต่อมาปี พ.ศ. 2550 ท่านอาจารย์สมปองได้ชักชวนประชาชน ชาวบ้านโคกล่าม และหมู่บ้านใกล้เคียง มาร่วมกันสร้างพระประทานขึ้นอีก 1 องค์ เป็นเงินทั้งหมด 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ก็เป็นปูชนียวัตถุอันสำคัญ ยึดมั่นในบวรพระพุทธศาสนา อันสถิตสถาพรอย่างมั่นคงตลอดชั่วกาลนานตลอดไป นับว่าท่านผู้นี้เป็นผู้มีอุดมกาลไปในทางพัฒนาเป็นอย่างมาก ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยและส่วนตัวแม้แต่น้อย

ปัจจุบันวัดป่าสามัคคีธรรม ตั้งอยู่ ณ บ้านโคกล่าม หมู่ 3 ตำบลไผ่ มีพระพุฒิพิสิฐ จิตตะทันโต เป็นเจ้าอาวาส มีพระประจำวัดจำนวน 1 รูป คือ พระพุฒิพิสิฐ จิตตะทันโต

กิจกรรมต่างๆ ภายในวัด

เว็บไซต์เทศบาลตำบลไผ่มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของท่านได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเทศบาลตำบลไผ่ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เทศบาลตำบลไผ่ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเทศบาลตำบลไผ่ รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ เทศบาลตำบลไผ่ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่าข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ เทศบาลตำบลไผ่ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top